วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

บทที่2 พื้นฐานของระบบสารสนเทศ


บทที่2 พื้นฐานของระบบสารสนเทศ
(Fundamentals of Information Systems)
สรุปบทที่ 2 พื้นฐานของระบบสารสนเทศ
    แนวคิดเรื่องระบบสารสนเทศพื้นฐาน (Fundamental Information System Concept)
      จากแนวคิดเรื่องระบบ (System Concept) มาเป็นรากฐานของระบบสารสนเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงการนำระบบไปใช้ในองค์กรธุรกิจ รวมทั้งส่วนประกอบและกิจกรรมของระบบสารสนเทศ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจแนวคิดอื่นๆ ของเทคโนโลยี โปรแกรมประยุกต์ การพัฒนา และการจัดการระบบสารสนเทศ
    แนวคิดเรื่องระบบ (System Concept)
      ระบบเป็นกลุ่มข้อมูลส่วนย่อย (Elements) ที่เกี่ยวพันกันหรือทำงานร่วมกันเพื่อประกอบให้เป็นหนึ่งเดียว
        ระบบ (System) คือ กลุ่มของส่วนประกอบที่มีความเกี่ยวพันระหว่างกัน มีการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยการรับข้อมูลเข้าและผลิตข้อมูลออกจากการประมวลผล บางครั้งเรียกว่า ระบบพลวัต (Dynamic System) ประกอบด้วยส่วนประกอบพื้นฐาน 3 อย่างคือ
         -การนำเข้า/ข้อมูลนำเข้า (Input) เกี่ยวข้องกับการจับและรวบรวมข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการประมวลผล ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบ พลังงาน ข้อมูล ความพยายามของมนุษย์ที่ต้องการความปลอดภัย และการรวบรวมเพื่อประมวลผล เป็นต้น
         -การประมวลผล (Process) เกี่ยวข้องกับการแปลงข้อมูลนำเข้าให้เป็นข้อมูลออก ตัวอย่างเช่น กระบวนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการหายใจของมนุษย์ หรือ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น
         -การส่งออก/ข้อมูลออก/การแสดงผล/ผลลัพธ์ (Output) เกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกผลิตโดยการประมวลผลส่งไปยังปลายทาง ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การให้บริการและสารสนเทศการจัดการที่ถูกถ่ายทอดไปยังผู้ใช้
    ผลป้อนกลับและการควบคุม (Feedback and Control)
      แนวคิดเรื่องระบบเกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อเพิ่มส่วนประกอบของผลป้อนกลับและการควบคุม ระบบที่มีทั้งผลป้อนกลับและการควบคุมบางครั้งเรียกว่า ระบบไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetic System) ซึ่งเป็นทั้งระบบเฝ้าสังเกตด้วยตนเอง (Self-monotiring System) และระบบจัดระเบียบด้วยตนเอง (Self-regulating System)

       -ผลป้อนกลับ/ผลสะท้อน/ผลส่งกลับ (Feedback) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของระบบ เช่น ข้อมูลการปฏิบัติงานของพนักงานขายเป็นผลป้อนกลับไปยังผู้จัดการฝ่ายขาย เป็นต้น
       -การควบคุม (Control) เป็นการเฝ้าสังเกตและการประเมินผลป้อนกลับว่าระบบได้ดำเนินไปใกล้เป้าหมายหรือไม่ หน้าที่การควบคุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าและกระบวนการประมวลผลเพื่อให้ได้ข้อมูลออกที่เหมาะสม เช่น ผู้จัดการฝ่ายขายได้รับสิทธิ์ควบคุมพนักงานขายใหม่ที่อยู่ในเขตการขายของตน เป็นต้น
    ลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของระบบ (Other Systems Characteristics)
      ลักษณะเฉพาะที่สำคัญอื่นๆ เพื่อให้สามารถเข้าใจระบบได้อย่างถูกต้อง หมายเหตุ ระบบที่ทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ประกอบด้วยระบบอื่นๆ โดยเป็นส่วนประกอบของระบบใหญ่ เรียกว่า ระบบย่อย (Subsystem)โดยขอบเขตของระบบ (System Boundary) จะเป็นสิ่งที่แยกระบบออกตามสิ่งแวดล้อม บางระบบอาจเชื่อมกับอีกระบบโดยใช้ขอบเขตระบบเดียวกันหรือใช้ส่วนต่อประสาน (Interface) เดียวกัน แนวคิดเรื่องระบบเปิด (Open System) ซึ่งเป็นระบบที่โต้ตอบกับระบบอื่นๆได้ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลนำเข้าและข้อมูลออกในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน จึงเรียก ระบบที่ปรับตัวได้ (Adaptive System) องค์กรธุรกิจหรือหน่วยราชการเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับระบบทางสังคม (System in Society) สังคมนั้นประกอบด้วยระบบจำนวนมากมาย ทั้งบุคคล สังคม การเมือง และสถาบันเศรษฐกิจ ตัวองค์กรเองประกอบด้วยระบบย่อยมากมาย เช่น ส่วนงาน แผนก คณะทำงาน และกลุ่มงาน (Workgroups) นอกจากนั้นองค์กรยังเป็นตัวอย่างของระบบเปิด เพราะสามารถประสานและโต้ตอบกับระบบอื่นๆในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน และท้ายสุดองค์กรเป็นตัวอย่างของระบบที่ปรับตัวได้ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
    ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศ (Components of an Information Systems)
      แบบจำลองระบบสารสนเทศ (Information System Model) ที่แสดงถึงกรอบความคิดพื้นฐาน (Fundamental Conceptual Framework) สำหรับส่วนประกอบและกิจกรรมหลักของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศนั้นขึ้นอยู่กับทรัพยากรบุคคล ( ผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ) ฮาร์ดแวร์ ( เครื่องจักรและสื่อ) ซอฟต์แวร์ ( โปรแกรมและกระบวนคำสั่ง) ข้อมูล ( ข้อมูลและฐานความรู้) และเครือข่าย ( สื่อการสื่อสารข้อมูลและการสนับสนุนเครือข่าย) เพื่อทำการรับข้อมูลเข้า ประมวลผลเป็นข้อมูลออก จัดเก็บ และควบคุมเพื่อแปลงทรัพยากรข้อมูลเป็นผลิตภัณฑ์สารสนเทศ
      แบบจำลองระบบสารสนเทศมีจุดเด่นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบและกิจกรรมของระบบสารสนเทศทำให้เกิดกรอบแนวความคิด 4 หลักใหญ่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับระบบสารสนเทศได้ทุกประเภท
       -บุคลากร ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และเครือข่าย เป็นทรัพยากรพื้นฐาน 5 อย่างของระบบสารสนเทศ
       -ทรัพยากรบุคคล รวมทั้งผู้ใช้ และผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ ทรัพยากรฮาร์ดแวร์อันประกอบด้วยเครื่องจักรและสื่อต่างๆ ทรัพยากรซอฟต์แวร์ซึ่งรวมถึงโปรแกรมและกระบวนคำสั่ง ทรัพยากรข้อมูลอันได้แก่ข้อมูลและฐานความรู้ และทรัพยากรเครือข่ายซึ่งรวมทั้งสื่อการติดต่อสื่อสารและเครือข่าย
       -ทรัพยากรข้อมูล ถูกแปลงรูปโดยกิจกรรมการประมวลผลสารสนเทศให้อยู่ในรูปสารสนเทศสำหรับผู้ใช้
       -การประมวลผลสารสนเทศ ประกอบด้วย ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก จัดเก็บข้อมูล และกิจกรรมควบคุม
    ทรัพยากรระบบสารสนเทศ (Information System Resources)
     แบบจำลองพื้นฐานของระบบสารสนเทศที่แสดงส่วนประกอบพื้นฐาน 5 ประเภทของระบบสารสนเทศที่ควรจะจดจำในการทำงานจริงกับระบบสารสนเทศไม่ว่าระบบใดๆ
    ทรัพยากรบุคคล (People Resources)
      บุคคลที่จำเป็นต่อการทำงานของทุกระบบสารสนเทศ รวมถึงผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ
        -ผู้ใช้งาน (End User / User / Clients) เป็นผู้ที่ใช้ระบบหรือผลิตภัณฑ์ของระบบสารสนเทศ ผู้ใช้เหล่านี้อาจเป็นนักบัญชี พนักงานขาย วิศวกร เสมียน ลูกค้า หรือผู้จัดการ เป็นต้น
        -ผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศ (IS Specialists) บุคคลที่พัฒนาและควบคุมระบบสารสนเทศ ได้แก่ นักวิเคราะห์ระบบ โปรแกรมเมอร์ ผู้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
    ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ (Hardware Resources)
      ประกอบด้วย อุปกรณ์กายภาพ (Physical Devices) และวัตถุดิบที่ใช้ในการประมวลผลสารสนเทศ ซึ่งนอกจากเครื่องจักร (Machine) เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ แล้ว ยังรวมถึงสื่อข้อมูล (Data Media)ซึ่งเป็นวัตถุที่สามารถบันทึกข้อมูลจากกระดาษลงในจานแม่เหล็กได้ ตัวอย่างฮาร์ดแวร์ของระบบสารสนเทศมีดังนี้
        -ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Systems) ประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลางที่ประกอบด้วยไมโครโปรเซลเซอร์และอุปกรณ์รอบข้างที่หลากหลายเชื่อมต่อกัน เช่น ระบบไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ระดับกลาง และระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรม
        -อุปกรณ์คอมพิวเตอร์รอบข้าง (Computer Peripherals) เป็นอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คีย์บอร์ดหรือเมาส์สำหรับการป้อนข้อมูลและออกคำสั่ง จอภาพหรือเครื่องพิมพ์สำหรับแสดงสารสนเทศ จานแม่เหล็กหรือจานนำแสงสำหรับบันทึกข้อมูล
    ทรัพยากรซอฟต์แวร์ (Software Resources)
      เป็นชุดคำสั่งของการประมวลผลทั้งหมด ทั้งชุดคำสั่งของการปฏิบัติงานที่เรียกว่า โปรแกรม (Programs)ซึ่งควบคุมการทำงานโดยตรงกับคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และชุดคำสั่งสำหรับการประมวลผลสารสนเทศที่ผู้ใช้ต้องการ ที่เรียกว่า กระบวนคำสั่ง (Procedures) ได้แก่
       -ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เช่น โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) ซึ่งควบคุมและสนับสนุนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
       -ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมสั่งประมวลผลสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์เฉพาะอย่างโดยผู้ใช้ เช่น โปรแกรมวิเคราะห์การขาย โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรมประมวลผลคำ เป็นต้น
       -กระบวนคำสั่ง (Procedure) เป็นคำสั่งปฏิบัติการสำหรับผู้ที่จะใช้ระบบสารสนเทศ เช่น คำสั่งสำหรับการจัดฟอร์มกระดาษ หรือการใช้ซอฟต์แวร์โปรแกรมสำเร็จรูป
    ทรัพยากรข้อมูล (Data Resources)
      ข้อมูลเป็นมากกว่าวัตถุดิบของระบบสารสนเทศ เป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งขององค์กร ดังนั้นควรมีทรรศนะต่อข้อมูลว่าเป็นทรัพยากรที่ต้องมีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ในองค์กร
ข้อมูลอาจอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งข้อมูลตัวอักขระที่ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษร ข้อมูลแบบถ้อยความ (Text) ประกอบด้วยประโยคและวรรคตอนที่ใช้ในการเขียนเพื่อสื่อสาร ข้อมูลภาพ (Image) เช่น รูปทรงและเครื่องหมายแบบกราฟิก และข้อมูลเสียงไม่ว่าเสียงพูดหรือเสียงอื่นๆ
      ทรัพยากรข้อมูลของระบบสารสนเทศโดยปกติจะรวบรวมเป็น
        -ฐานข้อมูล (Databases) ที่เก็บข้อมูลที่ประมวลผลและจัดระเบียบแล้ว
        -ฐานความรู้ (Knowledge Bases) ที่เก็บความรู้ในรูปแบบหลากหลาย เช่น ข้อเท็จจริง กฎระเบียบ และกรณีศึกษาตัวอย่างเกี่ยวกับความสำเร็จของธุรกิจ เป็นต้น
    ทรัพยากรเครือข่าย (Network Resources)
      เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอ็กซ์ทราเน็ต กลายเป็นส่วนสำคัญสำหรับความสำเร็จในการปฏิบัติงานทุกประเภทขององค์กรและระบบสารสนเทศ เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ การประมวลผลสื่อสารและอุปกรณ์อื่นๆที่เชื่อมโยงระหว่างกันด้วยสื่อการติดต่อสื่อสารและควบคุมด้วยซอฟต์แวร์สื่อสาร แนวความคิดเรื่องเครือข่ายที่เน้นเครือข่ายการติดต่อสื่อฐานเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของทรัพยากรของทุกระบบสารสนเทศ ทรัพยากรเครือข่ายประกอบด้วย
       -สื่อการติดต่อสื่อสาร (Communications Media) ตัวอย่างเช่น สายคู่บิดเกลียว/สายทวิชแพ (Twisted-pair) สายโคแอคเซียล (Coaxial) สายใยแก้วนำแสง/สายไฟเบอร์ออฟติค (Fiber-optic) ระบบไมโครเวฟ และระบบการติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียม
       -การสนับสนุนเครือข่าย (Network Suppo rt) ประกอบด้วย บุคลากร ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลที่สนับสนุนการปฏิบัติงานและการใช้งานเครือข่ายสื่อสารโดยตรง ตัวอย่างของหน่วยประมวลผลสื่อสาร เช่น โมเด็ม และหน่วยประมวลผลเชื่อมโยงเครือข่าย และซอฟต์แวร์ควบคุมการสื่อสาร เช่น ระบบปฏิบัติการเครือข่าย และโปรแกรมอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์
    กิจกรรมระบบสารสนเทศ (Information System Activities)
      ในแต่ละกิจกรรมของการประมวลสารสนเทศเบื้องต้น ( หรือการประมวลผลข้อมูล) ที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ ให้นึกถึงข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก การจัดเก็บ และกิจกรรมควบคุมที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศที่ได้ศึกษามาแล้ว
       -การนำเข้า การกวาดตรวจด้วยแสงป้ายบาร์โค้ดที่ติดบนสินค้า
       -การประมวลผล การคำนวณค่าจ้าง ภาษี และรายการลดหย่อนต่างๆของพนักงาน
       -การส่งออก การผลิตรายงานและแสดงผลการขาย
       -การจัดเก็บ การบำรุงรักษาข้อมูลลูกค้า พนักงาน และสินค้า
       -การควบคุม การทำให้เกิดสัญญาณตรวจสอบที่ชี้ให้เห็นว่าการป้อนข้อมูลขายที่เหมาะสม
    การนำเข้าของทรัพยากรข้อมูล (Input of Data Resources)
      ข้อมูลรายการทางธุรกิจหรือเหตุการณ์อื่นๆ จะถูกอ่านและเตรียมสำหรับการประมวลผล ในกิจกรรมนำเข้า (Input Activity) ซึ่งโดยปกติจะเป็นการป้อนข้อมูล (Data Entry) โดยผู้ใช้จะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับรายการเปลี่ยนแปลง ( Transaction) จากแบบฟอร์มหรือป้อนโดยตรงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงกิจกรรมการตรวจสอบ (Editing Activity) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง และโอนไปเก็บยังสื่อกลาง เช่น จานแม่เหล็ก
    การประมวลผลข้อมูลสารสนเทศ (Processing of Data into Information)
      ข้อมูลโดยปกติจะประมวลผลโดยกิจกรรม เช่น การคำนวณ เปรียบเทียบ เรียงลำดับ จำแนก และสรุปผล กิจกรรมเหล่านี้จัดระเบียบ วิเคราะห์ และจัดดำเนินข้อมูลเพื่อแปลงเป็นสารสนเทศสำหรับผู้ใช้ เป็นข้อมูลคุณภาพเก็บไว้ในระบบสารสนเทศ และมีการบำรุงรักษาโดยกระบวนการแก้ไขและกิจกรรมการปรับปรุงให้ข้อมูลทันสมัยอย่างต่อเนื่อง
      ตัวอย่างเช่นข้อมูลการสั่งซื้อควร 1) บวกเพิ่มเข้าไปในยอดขาย 2) เปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนดไว้เพื่อกำหนดส่วนลดที่มีสิทธิได้รับ 3) เรียงลำดับรหัสผลิตภัณฑ์ 4) จำแนกหมวดผลิตภัณฑ์ เช่นหมวดอาหารและไม่ใช่อาหาร 5) รายงานผลสรุปจัดส่งให้ผู้จัดการขาย และ 6) ปรับปรุงข้อมูลประวัติการขาย
    หน่วยเก็บของทรัพยากรข้อมูล (Storage of Data Resources)
      หน่วยเก็บข้อมูล (Storage) เป็นส่วนประกอบเบื้องต้นของระบบสารสนเทศ การจัดเก็บเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ทำให้ข้อมูลและสารสนเทศอยู่ในรูปแบบที่จัดระเบียบ เป็นเขตข้อมูล (Field) ระเบียน (Record)แฟ้มข้อมูล (File) และฐานข้อมูล (Database) เพื่อใช้ประมวลผลเป็นข้อมูลออกในภายหลัง
    การควบคุมผลการปฏิบัติการของระบบ (Control of System Performance)
      กิจกรรมที่สำคัญของระบบสารสนเทศ คือ การควบคุม (Control) การปฏิบัติการของระบบ ในระบบสารสนเทศจะเกิดผลป้อนกลับของ ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก และการบันทึกข้อมูล ผลป้อนกลับนี้จะใช้เฝ้าสังเกตและประเมินผลการปฏิบัติการของระบบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ และจะถูกปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่เหมาะสมกับผู้ใช้ต่อไป
      ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการอาจพบว่าในรายงานมีผลรวมย่อยไม่ได้รวมอยู่ในยอดขายทั้งหมด ซึ่งอาจหมายถึงการป้อนข้อมูลหรือกระบวนคำสั่งของการประมวลผลไม่ถูกต้อง ดังนั้นการแก้ไขจะต้องเกิดขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่ารายการเปลี่ยนแปลงการขายทั้งหมดได้ถูกนำมาประมวลผลในระบบสารสนเทศการขาย
    การยอมรับในระบบสารสนเทศ (Recognizing Information Systems)
      ในการปฏิบัติงานจริง จะมีระบบสารสนเทศมากมายหลายประเภท โดยใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย และบุคลากร ในการแปลงทรัพยากรข้อมูลให้เป็นผลิตภัณฑ์สารสนเทศ ระบบสารสนเทศบางระบบอาจใช้เครื่องมืออย่างง่ายๆ เช่น ดินสอ กระดาษ เครื่องคิดเลขหรือพิมพ์ดีด บ้างก็เป็นระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐาน (Computer-based Information Systems)
      ในฐานะของผู้ใช้ ควรรู้จักส่วนประกอบพื้นฐานของระบบสารสนเทศ ให้สามารถระบุได้ถึง
       -ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และเครือข่ายที่ใช้
       -ประเภทของผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่ผลิต
       -วิธีการทำงานของการรับข้อมูลเข้า ประมวลผล ส่งข้อมูลออก จัดเก็บข้อมูล และกิจกรรมควบคุม
       -วิธีการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ การบริหารการตัดสินใจ หรือความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน
ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ ผู้ใช้ ผู้พัฒนา หรือผู้จัดการระบบสารสนเทศได้ดีขึ้น และนั่นคือสิ่งที่พยายามชี้ให้เห็นถึงความสำคัญสำหรับความสำเร็จในอนาคตของการเป็นผู้จัดการ ผู้ประกอบการ หรือนักธุรกิจมืออาชีพ

                                  ⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭

กรณีศึกษา
1. ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล เครือข่าย และผลิตภัณฑ์สารสนเทศอะไรที่ท่านจดจำได้จาก American General Insurance
ตอบ - ทรัพยากรบุคคล ได้แก่ ผู้ใช้งานทั้งหมด เช่น พนักงานขายประกัน
        - ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ ได้แก่ เครื่องจักรกลต่างๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก สำหรับตัวแทนขาย
        - ทรัพยากรซอฟต์แวร์ ได้แก่ โปรแกรมประยุกต์ที่ปรับปรุงให้เหมาะกับธุรกิจ
        - ทรัพยากรเครือข่ายหลัก คือ อินทราเน็ตของบริษัท
        - ทรัพยากรข้อมูลอันรวมถึงฐานข้อมูลลูกค้าและการขาย ซึ่งจัดเก็บอยู่บนเครื่องแม่ข่ายอินทราเน็ต ส่วนผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่ได้มีทั้งแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แสดงการให้บริการลูกค้าและแสดงสนเทศอื่นๆ

2. การนำเข้าข้อมูล การประมวลผล การส่งออก การจัดเก็บข้อมูล และกิจกรรมควบคุมใดที่ท่านจดจำได้จากระบบสารสนเทศของ American General Insurance
ตอบ - กรณีศึกษานี้จะมีทั้งการป้องข้อมูลกรมธรรม์ การลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ และการตั้งคำถามจากตัวแทนขายและผู้จัดการ
        - กิจกรรมเก็บข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลและภาพในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ถูกบันทึกลงในหน่วยขับจากคอมพิวเตอร์แบบ Tablet และเครื่องแม่ข่ายอิเล็กทราเน็ต
        - กิจกรรมควบคุมความถูกต้องของข้อมูลกรมธรรม์เมื่อตัวแทนขายใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์โดยลูกค้าสามารถรับรองกรมธรรม์ใหม่หรือที่แก่ไขได้

3. American  General  ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจใดจากระบบเร่งรัดการขายและระบบสารสนเทศการจัดการการตลาดและมีข้อจำกัดใด
ตอบ - บริษัทได้นำบริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อให้ตัวแทนขายได้ส่งรายการเปลี่ยนแปลงทางการเงินสำหรับเบี้ยประกันที่เก็บได้จากลูกค้ากลับมาที่สำนักงานและนำฝากที่ธนาคารท้องถิ่ง
        - บริษัทล้ำหน้าในแผนกลยุทธ์
        - บริษัทได้พัฒนาแบบฟอร์มการให้บริการลูกค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ง่ายต่อการใช้งาน
        - ซึ่งมีผลอย่างมากจากการที่ไม่ต้องรอกรมธรรม์ส่งกลับไปยังสำนักงานท้องถิ่นเพื่อดำเนินการต่อ

                              ⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭
คำถาม
1.ระบบใดที่จำเป็นมากสำหรับผู้บริหารระดับสูง
    ก. TPS
    ข. DSS*
    ค. ESS
    ง. MIS
2. MSS คือระบบใด
    ก. ระบบสนับสนุนการจัดการจัดการ*
    ข. ระบบการควบคุมการประมวลผล
    ค. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
    ง. ถูกทุกข้อ
3.ข้อใดตือความหมายของฮาร์ดแวร์
    ก. ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน
    ข. บุคลากรที่ทำงานกับคอ
มพิวเตอร์
    ค. โปรแกรมที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
    ง. ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์*
4.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการ
    ก. Windows Mobile
    ข. Android
    ค. Linux
    ง. ถูกทุกข้อ*
5.ข้อใดคือส่วนประกอบของการสนับสนุน
    ก. บุคลากร
    ข. ฮาร์ดแวร์
    ค. ซอฟต์แวร์
    ง. ถูกทุกข้อ*
6.ข้อใดไม่ใช้หน่วยเก็บข้อมูลของทรัพยากรข้อมูล
    ก. ฐานข้อมูล
    ข. เครือข่ายที่ใช้*
    ค. แฟ้มข้อมูล
    ง. ระเบียน
7.Output  หมายถึงอะไร
    ก. การประมวลผล
    ข. การควบคุม
    ค. การนำเข้า
    ง. การส่งออก*
8.ทรัพยากรบุคคล ได้แก่อะไร
    ก. เครื่องคอมพิวเตอร์
    ข. พนักงานขายประกัน*
    ค. เครื่องจักรกล
    ง. เครื่องแม่อินทราเน็ต
9.TPS คือระบบอะไร
    ก. ระบบการจัดการ
    ข. ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ
    ค. ระบบประมวลผลการเปลี่ยนแปลง*
    ง. ระบบความร่วมมือองค์การ
10.)ระบบ System มีส่วนประกอบ3อย่าง คือข้อใด
   ก.การนำเข้า/การประมวลผล/การส่งออก*
   ข.การนำเข้า/การควบคุม/ผลป้อนกลับ
   ค.การนำเข้า/การส่งออก/ผลป้อนกลับ
   ง.การควบคุม/การส่งออก/ผลป้อนกลับ

                                           ⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭⧭แบบฝึกหัด

1.)จงอธิบายแนวคิดพื้นฐานของระบบสารสนเทศที่สำคัญ มีอะไรบ้าง
ตอบ ระบบสารสนเทศ คือ การนำเอาองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันของระบบมารวบรวมบันทึกและแจกจ่ายสารสนเทศเพื่อใช้ในการวางแผน ควบคุม จัดการและสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยให้ผูู้บริหารหรือพนักงานตัดสินใจได้ ประกอบด้วยพื้นฐานดังนี้
         • การนำเข้า/ข้อมูลนำเข้า
         • การประมวลผล
         • การส่งออก/ข้อมูลออก/การแสดงผล/ผลลัพธ์

2.) AMS คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ AMS เป็นตัวอย่างของระบบสารสนเทศแบบใหม่ เป็นระบบการจัดการองค์ความรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย เพื่อช่วยให้พนักงานขององค์กรที่มีความรู้ช่วยกันจัดโครงสร้างและแบ่งปันความรู้ทางธุรกิจในรูปของอินทราเน็ตเว็บไซต์ ในหัวข้อ "การปฏิบัติงานที่ดี" ได้รับการพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ทางธุรกิจของพนักงานและเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติบนเว็บไซต์ ซึ่งประกอบด้วยพื้นฐานดังนี้
         • ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูลและเครือข่าย
         • สิ่งที่สนับสนุน ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก จัดเก็บและกิจกรรมควบคุม
         • ผลิตภัณฑ์สารสนเทศ

3.) System Concept หมายถึงอะไรและมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ System Concept คือ แนวคิดเรื่องระบบ เป็นกลุ่มของส่วนประกอบที่มีความเกี่ยวพันระหว่างกัน มีการทำงานร่วมกันเพื่อ
เป้าหมายเดียวกัน โดยการรับข้อมูลเข้าและผลิตข้อมูลออกจากการประมวลผล เรียกว่า ระบบพลวัต

4.)ส่วนประกอบของสารสนเทศมีอะไรบ้าง จงอธิบายแต่ละส่วนประกอบ
ตอบ(1.)ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ
              • ระบบประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง
              • ระบบการควบคุมการประมวลผล
              • ระบบความร่วมมือองค์กร
         (2.)ระบบสนับสนุนการจัดการ
              • เน้นในเชิงการจัดการ
              • เน้นกรอบของระบบ
              2.1)ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
              2.2)ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
              2.3)ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
         (3.)การจำแนกระบบสารสนเทศอื่นๆ
              3.1)ระบบผู้เชื่ยวชาญ
              3.2)ระบบการจัดการองค์ความรู้
              3.3)ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
              3.4)ระบบสารสนเทศเชิงธุรกิจ
              3.5)ระบบสารสนเทศแบบบูรณาการ

5.)ให้อธิบายประเภทของระบบสารสนเทศแต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้างและมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ
ตอบ ประเภทของระบบสารสนเทศ
       1.)ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ (Operations Support System) ระบบสารสนเทศมีความต้องการประมวลผลข้อมูลที่ผลิตและนำมาใช้ในการดำเนินการของธุรกิจ ระบบสนับสนุนปฏิบัติการ จะผลิตผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่หลากหลาย สำหรับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์กร
       2.)ระบบสนับสนุนการจัดการ (Management Support System:MSS) ระบบสารสนเทศที่เน้นการจัดเตรียมสารสนเทศและสนับสนุนการตัดสินใจที่เกิดประโยชน์แก่ผู้จัดการ เรียกว่าระบบสนับสนุนการจัดการ ที่เกิดจากแนวคิดของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ที่รวมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และทฤษฎีระบบของการประมวลผลข้อมูลองค์กรเข้าด้วยกัน ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการคือ
         • เน้นในเชิงการจัดการ
         • เน้นกรอบของระบบ
       3.)การจำแนกระบบสารสนเทศอื่นๆ (Other Classifications of Information System) ยังมีระบบสารสนเทอื่นที่สามารถสนับสนุนทั้งโปรแกรมประยุกต์เชิงปฏิบัติการและเชิงจัดการ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ ระบบการจัดการองค์ความรู้ ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ และระบบสารสนเทศธุรกิจ
                    











บทที่1 ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร

ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร
บทที่1

แนะนำระบบสาระสนเทศในงานธุรกิจ

สรุปบทเรียนที่1

     ระบบสาระสนเทศและเทคโนโลยีสาระสนเทศสาระสนเทศ กลายมาเป็นกลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสำเร็จในธุรกิจและการจัดการองค์กร จึงมีการจัดตั้งสาขาด้านบริหารและการจัดการ
นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมต้องเรียนเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ ไม่ว่า คุณจะเป็นผู้จัดการ ผู้ประกอบการ หรือ
นักธุรกิจมืออาชีพ ระบบสารสนเทศเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเหมือนที่คุณเข้าใจสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

 กรอบสำหรับผู้ใช้งาน ( Framework for Business End User)

      ขอบเขตของระบบสาระสนเทศได้รวบรวมเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน จากแนวคิดเชิงพฤติกรรม และระบบสำหรับธุรกิจ และไม่ใช่ธุรกิจที่มีนับไม่ถ้วน ซึ่งผู้จัดการหรือผู้ใช่จำเป็นต้องรับรู้ในทุกเรื่อง ซึ่งจะมุ่งเน้นในส่วนของความรู้ทั้งหมด 5 ขอบเขต ดังต่อไปนี้
-พื้นฐานแนวความคิด จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าระบบสารสนเทศสามารถสนับสนุนการปฎิบัติงาน ช่วย
การจัดการเรื่องการตัดสินใจ และกลยุทธ์ที่เป็นประโยนช์ในธุรกิจของคุณและธุรกิจอื่นอย่างไร
-เทคโนโลยี แนวความคิดหลัก การพัฒนา และการจัดการเทคโนโลยีสาระสนเทศ
-การประยุกต์ใช้ หลักในการใช้ระบบสาระสนเทศสำหรับการปฎิบัติงานการบริหารจัดการเพื่อความได้เปรียบที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่ง
- การพัฒนา ผู้ใช้และผู้เชี่ยวชาญด้านสาระสนเทศทำการพัฒนาระบบสาระสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านธุรกิจ
-การจัดการ การคำนึงถึงประสิทธิภาพและจริยธรรมในการจัดการทรัพยากรและกลยุทธ์ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศสำหรับผู้ใช้ บริษัท และธุรกิจในระดับโลก

 ทรัพยากรระบบสาระสนเทศและเทคโนโลยี ( Information System Resource and Technologies)

    ระบบสาระสนเทศเป็นการจัดการที่รวบรวมเอา บุคลากร ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ เครือข่ายการสื่อสารและทรัพยากรข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันเพื่อการเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารภายในองค์กร ระบบสาระสนเทศจะเน้นการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโปรแกรมใช้การสื่อสารระบบเครือข่ายใช้เทคนิคการจัดการฐานข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์และรูปแบบอื่นๆของทั้งพี่ชนะสนเทศในการส่งถ่ายทรัพยากรไปยังการผลิตสาระสนเทศไปหลายประเภท

 มุมมองของผู้ใช้งาน (End User Perspective)

    ใครก็ตามที่ใช้ระบบสาระสนเทศหรือเทคโนโลยีสาระสนเทศในขั้นตอนการทำงานจะเรียบผู้ใช้ (End User)ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้เกือบทุกคนภายในองค์กรแยกออกเป็นสองกลุ่ย่อยๆคือ1)กลุ่มบุคคลที่มีความชำนาญในระบบสาระสนเทศได้แก่นักวิเคราะห์ระบบหรือนักเขียนโปรแกรมมืออาชีพ2)กลุ่มผู้ใช้งานการจัดการได้แก่พูดจัดการผู้ประกอบการหรือผู้บริหารมืออาชีพที่ใช้ระบบสาระสนเทศในการจัดการไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร คุณสามารถเพิ่มโอกาสเพื่อความสำเร็จได้โดยการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศ

คำถามกรณีศึกษา

1.) อะไรเป็นประโยชน์และขีดจำกัดของการใช้เทคโนโลยีสาระสนเทศในการเปลี่ยนแปลงระบบกลุ่มเป้าหมายแบบเก่ามาเป็นระบบออนไลน์
ตอบ เวลา ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นระบบออนไลน์นั้นประหยัดทั้งเวลาและสะดวกรวดเร็ว
2.) คุณจะแนะนำให้บริษัทอื่นๆใช้การทำงานแบบกลุ่มเป้าหมายในเว็บไซต์ (Web-based Group Interactive)หรือไม่ และทำไม
ตอบ แนะนำ เพราะจะได้รับข้อมูลรวดเร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
3.) ธุรกิจหรือขั้นตอนการทำงานการตลาดใดที่สามารถปรับปรุงโดยการใช้การสื่อสารระหว่างกลุ่มเป้าหมายในเว็บไซต์ (Web-based Group Interactive)
ตอบ ทุกธุรกิจสามารถนำการสื่อสารมาปรับปรุงได้และจะช่วยให้โอกาสในการประกอบอาชีพในคนจำนวนมาก

————————————————————————————————————————

คำถาม
1.)ระบบออนไลน์มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
    ก.รวดเร็วทันใจ 
    ข.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
    ค.ช่วยให้สะดวกสบายในการทำงาน 
    ง.ถูกทุกข้อ
2.)ทรัพยากรระบบสาระสนเทศมีทั้งหมดกี่ประเภท
   ก.5
   ข.6
   ค.7
   ง.8
3.)ระบบสาระสนเทศในส่วนของความรู้มีทั้งหมดกี่ขอบเขต
  ก.2
  ข.3
  ค.4
  ง.5
4.)สาเหตุเบื้องต้นสำหรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในธุรกิจแบ่งออกเป็นกี่บทบาท
  ก.1
  ข.2
  ค.3
  ง.4
5.)Application หมายถึง
  ก.พื้นฐานแนวความคิด
  ข.การจัดการ
  ค.การประยุกต์ใช้
  ง.เทคโนโลยี
6.)Intranet หมายถึง
  ก.เครือข่ายการจัดการระหว่างองค์กร
  ข.เครือข่ายภายนอกที่มีการทำงานเหมื่อนอินเตอร์เน็ต
  ค.เครือข่ายภายในที่มีการทำงานเหมื่อนอินเตอร์เน็ต
  ง.เครือข่ายการจัดการระหว่างองค์การ
7.)ข้อใดคือความหมายของยุคโลกาภิวัตน์
  ก.กระบวนการที่ประชากรโลกถูกหลวมรวมให้เป็นสังคมเดียวกัน
  ข.ยุคก่อนประวัติศาสาตรื
  ค.การพัฒนาการแข่งขัน
  ง.ไม่มีข้อใดถูก
8.)IS หมายถึง
ก. Informant System
ข.Information System
ค.System Information
ง,ผิดทุกข้อ
9.)Foundation Conceple
  ก.การพัฒนา
  ข.เทคโนโลยี
  ค.พื้นฐานแนวความคิด
  ง.ผิดทุกข้อ
10.)Development คืออะไร
  ก.การพัฒนา
  ข.เทคโนโลยี
  ค.การประยุกต์
  ง.การจัดการ

แบบฝึกหัด


1. จากรูปที่กำหนดให้ จงอธิบายถึงระดับการจัดการ การตัดสินใจ และสารสนเทศว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร


ตอบ ระดับการจัดการ การตัดสินใจ และสารสนเทศมีความสัมพันธ์กันอย่างมาก เพราะระดับการจัดการ 3 ระดับนี้ต้องใช้ข้อมูลสารสนเทศและการตัดสินใจเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ในการจัดการโดยใช้ข้อมูลสารสนเทสและการตัดสินใจจะทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น


2. จงบอกความแตกต่างระหว่างระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ( Management Information System : MIS ) และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ( Decision Support System : DSS )
ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เป็นระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างมีหลักเกณฑ์ ส่วนระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยในการอำนวยความสะดวกในการจัดรูปแบบข้อมูล การนำข้อมูลใช้และรายงานข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับต่างๆ 


3. จงบอกความหมายของการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ( Information Resource Management : RM ) และยกตัวอย่างการจัดการมา 1 ด้านพร้อมคำอธิบาย
ตอบ การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ หมายถึง นโยบายการจัดการและการปฏิบัติงานในการจัดหาบำรุงรักษาใช้ประโยชน์ เผยแพร่สารสนเทศภายในองค์การ เน้นที การรวบรวม จัดเก็บให้บริการสารสนเทศ (ทีเกี่ยวข้อง) อย่างมีคุณภาพ ถูกต้อง ทันตรงเวลา มีต้นทุนทีเหมาะสม พร้อมทังการเข้าถึงสารสนเทศทีเหมาะสมด้วยการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ครอบคลุมถึง
ตัวอย่างการจัดการ : การจัดองค์การเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดองค์การ เป็นการจัดโครงสร้างองค์การหรือหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อแสดงรูปแบบของหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์การ ตลอดจนบทบาท ภาระหน้าที และความรับผิดชอบในงานด้านต่างๆ

                            ⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏⇏















บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

บทที่ 8 ระบบสารสนเทศสำหรับความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ แนวคิดกลยุทธ์ทางการแข่งขัน       เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาผลิตภัณฑ...